|
เมื่อกำหนดให้ระบบไฟฟ้ามีการใช้ไทรริสเตอร์จ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับโหลดความต้านทาน A อยู่ในระบบ โดยที่โหลด B เป็นค่าความต้านทานที่ต่ออยู่ในระบบตลอดเวลา โดยกำหนดให้แหล่งจ่ายแรงดันไฟฟ้ามีค่าเท่ากับ 100 โวลต์ ค่าอิมพีแดนซ์ของสายมีค่าเท่ากับ 1 โอห์ม และค่าความต้านทานโหลดทั้งชุด A และ B มีค่าเท่ากับ 4 โอห์ม ดังรูปที่ 5

รูปที่ 5 ระบบไฟฟ้าเมื่อมีไทรริสเตอร์ในระบบ
จากรูปที่ 5 เราสามารถอธิบายการเกิดแหล่งกำเนิดกระแสฮาร์มอนิกส์ และทำให้รูปคลื่นแรงดันไฟฟ้าของระบบไฟฟ้าผิดเพี้ยนได้ เมื่อสมมุติกำหนดให้ป้อนสัญญาณอินพุตที่ขา Gate ที่ Firing Angle เท่ากับ 90 องศา และสามารถอธิบายทีละส่วนเพื่อง่ายต่อการเข้าใจดังนี้
ส่วนที่ 1 เราจะเห็นได้ว่าไทรริสเตอร์ยังไม่มีการนำกระแส แต่อย่างไรก็ตามที่โหลด B จะรับกระแสไฟฟ้ามีค่าเท่ากับแหล่งจ่าย 100/5 แอมป์ และค่าแรงดันไฟฟ้าที่จุดโหลดมีค่าเท่ากับ 100X4/5 โวลต์
ส่วนที่ 2 เราจะเห็นได้ว่าไทรริสเตอร์จะนำกระแสไฟฟ้าด้านบวก ซึ่งทำให้ในส่วนนี้ค่ากระแสไฟฟ้าที่จุดโหลด A และ B มีค่าลดลงเท่ากันที่ 100/6 แอมป์ และค่าแรงดันไฟฟ้าที่จุดโหลดทั้งสองจะมีค่าเท่ากับ 100X2/3 โวลต์ แต่แหล่งจ่ายไฟฟ้าจะต้องจ่ายกระแสไฟฟ้าเพิ่มขึ้นมีค่าเท่ากับ 100/3 แอมป์
ส่วนที่ 3 เราจะเห็นได้ว่าไทรริสเตอร์ยังไม่มีการนำกระแสไฟฟ้า แต่อย่างไรก็ตามที่โหลด B จะรับกระแสไฟฟ้ามีค่าเท่ากับแหล่งจ่าย -100/5 แอมป์และค่าแรงดันไฟฟ้าที่จุดโหลดมีค่าเท่ากับ -100X4/5 โวลต์
ส่วนที่ 4 เราจะเห็นได้ว่าไทรริสเตอร์จะนำกระแสด้านลบซึ่งทำให้ในส่วนนี้ค่ากระแสไฟฟ้าที่จุดโหลด A และ B มีค่าเท่ากันที่ -100/6 แอมป์ และค่าแรงดันไฟฟ้าที่จุดโหลดทั้งสองจะมีค่าเท่ากับ -100X2/3 โวลต์แต่แหล่งจ่ายไฟฟ้าจะต้องจ่ายกระแสไฟฟ้าเพิ่มขึ้นมีค่าเท่ากับ -100/3 แอมป์
ถึงตรงนี้ผมคิดว่าคุณคงเข้าใจแล้วใช่ไหมล่ะครับว่า ระบบที่มีไทรริสเตอร์ที่มีใช้งานอยู่ในโรงงานอุตสาหกรรมหรือโรงงานข้างเคียงกับคุณ ส่งผลทำให้เกิดแหล่งกำเนิดกระแสฮาร์มอนิกส์และทำให้รูปคลื่นแรงดันไฟฟ้าของระบบไฟฟ้าผิดเพี้ยนได้อย่างไร ซึ่งปัญหาดังกล่าวไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อโรงงานอุตสาหกรรมของคุณเพียงอย่างเดียว แต่จะส่งผลกระทบไปยังแหล่งจ่ายไฟฟ้าด้วย และเพื่อให้คุณเข้าใจได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น เราลองมาเมื่อพิจารณาดูว่าที่จุดโหลด B และแหล่งจ่ายไฟฟ้านั้นจะมีผลที่ถูกกระทบจากแหล่งกำเนิดกระแสฮาร์มอนิกส์(จุดโหลด A)ได้มากน้อยเพียงใด ดังอธิบายในรูปที่ 6

รูปที่ 6 ผลกระทบจากแหล่งกำเนิดกระแสฮาร์มอนิกส์(จุดโหลด A)
ที่แหล่งจ่ายไฟฟ้าและที่จุดโหลด B
เมื่อเราพูดถึงแหล่งกำเนิดฮาร์มอนิกส์แล้ว และเพื่อให้ง่ายต่อการเข้าใจได้ง่ายขึ้น แหล่งกำเนิดฮาร์มอนิกส์ก็คือ อุปกรณ์ใด ๆ ที่ทำให้รูปคลื่นกระแสและแรงดันไฟฟ้าพื้นฐาน(Fundamental Wave)ของระบบมีรูปร่างผิดเพี้ยนไป และถ้าเราพิจารณารูปที่ 6 จะพบว่ากระแสไฟฟ้าที่แหล่งจ่ายไฟฟ้าและที่จุดโหลด B นั้นจะมีรูปร่างผิดเพี้ยนไป(ส่วนที่แรเงา) เนื่องจากจุดโหลด A ถ้าเราพิจารณาให้จุดโหลด A เป็นแหล่งกำเนิดฮาร์มอนิกส์แล้ว เราจะพบว่าการแพร่กระจายของกระแสฮาร์มอนิกส์ออกไป จะมีสัดส่วนผกผันกับค่าอิมพีแดนซ์ของสาย(1โอห์ม) และความต้านทานของจุดโหลด B(4โอห์ม) หรือในอัตราส่วน 4 ต่อ 1 และอีกนั่นแหละครับ คงจะมีหลายท่านสงสัยต่อไปอีกว่า แล้วฮาร์มอนิกส์อันดับต่าง ๆ นั้นจะมีรูปคลื่นแตกต่างจากรูปคลื่นพื้นฐาน(Fundamental Wave)อย่างไร ดังรูปที่ 7 เมื่อสมมุติให้ Fundamental Wave มีความถี่เท่ากับ 50 Hz ดังนั้นความถี่ของฮาร์มอนิกส์อันดับ 2 จะเท่ากับ 100 Hz และ 150, 200, 250 Hz ตามลำดับ และเมื่อนำ Fundamental Wave รวมกับฮาร์มอนิกส์ตั้งแต่อันดับ 2-5 จะพบว่าผลลัพธ์(Composite Waveform)ของรูปคลื่นจะมีความผิดเพี้ยนไป

รูปที่ 7 การสังเคราะห์ด้วยทฤษฎี Fourier Series
กลับด้านบน |