เทคโนโลยีประหยัดพลังงาน

แนวทางการคืนทุนให้ธุรกิจ SMEs

 

 

ปัจจุบันมีเทคโนโลยีประหยัดพลังงานอะไรบ้าง / เมื่อเปลี่ยนเป็นเทคโนโลยีประหยัดพลังงาน โรงงานอุตสาหกรรมได้ประโยชน์อะไร 

ทั้งผู้เขียน และผู้อ่านต่างก็ทราบกันดีว่า ธุรกิจอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อม ( Small and Medium Enterprises ) หรือ SMEs มีความสำคัญอย่างยิ่ง ต่อสภาวะเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม ทั้งทางด้านปริมาณและบทบาทที่เพิ่มขึ้น สาระสำคัญที่ทำให้เกิดบทบาทต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวม ได้แก่ เป็นแหล่งรองรับการว่าจ้างแรงงานขนาดใหญ่ , สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า, เกิดการนำรายได้เข้าในประเทศและยังช่วยให้สามารถผลิตสินค้าเพื่อทดแทนการนำเข้า , เป็นหน่วยผลิตที่สนับสนุนและนำไปสู่กิจการขนาดต่าง ๆ และเชื่อมโยงระหว่างภาคการผลิตที่เกี่ยวข้อง , การเกิด SMEs ขึ้นตามภูมิภาคต่าง ๆ เท่ากับเป็นการกระจายความเจริญและรายได้สู่ภูมิภาค เมื่อพิจารณาโรงงานอุตสาหกรรมตามหมวดอุตสาหกรรมที่สำคัญ มีจำนวนมากที่สุด ได้แก่ อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์จากพืช , อุตสาหกรรมพาหนะและอุปกรณ์การซ่อม , อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์โลหะ , อุตสาหกรรมอาหาร , อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์เครื่องจักรและเครื่องกล โดยเมื่อพิจารณาถึงสัดส่วนการใช้พลังงานของประเทศทั้งหมด จะเห็นว่า สัดส่วนของที่อยู่อาศัย , สถานธุรกิจและโรงงานอุตสาหกรรม มีสัดส่วนการใช้ไฟฟ้าร้อยละ 21 , 27 และ 50 ตามลำดับ ในสัดส่วนของที่อยู่อาศัยและสถานธุรกิจนั้นจะเป็นการใช้ระบบแสงสว่าง , เครื่องปรับอากาศและตู้เย็น เป็นส่วนใหญ่ ส่วนในโรงงานอุตสาหกรรมมีการใช้มอเตอร์มากที่สุดในประเทศถึง 70 % หรือประมาณกว่า 1 ล้านเครื่อง ซึ่งเหล่านี้เป็นมอเตอร์ที่มีประสิทธิภาพสูงเพียง 5 % เท่านั้น นอกเหนือจากนั้นยังมีอุปกรณ์อื่น ๆ ที่นำมาเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการผลิต เช่น ระบบแสงสว่าง , ระบบอัดอากาศ , ระบบทำความเย็น , ระบบขับเคลื่อน , ระบบความร้อน เป็นต้น

จะเห็นว่า สัดส่วนการใช้กระแสไฟฟ้าในภาคธุรกิจอุตสาหกรรม มีการใช้มากเป็นอันดับ 1 ของประเทศ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมการผลิต มีการใช้ในสัดส่วนร้อยละ 70 ของการใช้ไฟฟ้าทั้งหมดของประเทศ เมื่อมองถึงธุรกิจอุตสาหกรรม ต้นทุนที่สำคัญของธุรกิจอุตสาหกรรมนอกเหนือจาก ค่าวัตถุดิบ ค่าจ้าง ค่าใช้จ่ายในการบริหาร และอื่น ๆ แล้ว ยังมีต้นทุนที่สำคัญอีกอย่างหนึ่ง คือ ค่าใช้จ่ายกระแสไฟฟ้า ซึ่งบางครั้งเราอาจมองว่าเป็นต้นทุนค่าใช้จ่ายที่ไม่มากนักเมื่อเปรียบเทียบกับรายได้ที่เกิดขึ้นจากการผลิต

อย่างไรก็ตาม ความคิดนี้ต้องมีการทำการตัดสินใจครั้งใหญ่ในการเปลี่ยนแปลงการดำเนินงานของธุรกิจที่ดำเนินการอยู่ เนื่องด้วยการถดถอยของระบบเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น ในปี 2540 เป็นต้นมา ธุรกิจอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อม ต้องรับภาระค่าใช้จ่ายในการดำเนินธุรกิจเพิ่มมากขึ้นเป็นเท่าตัว ในระบบอัตราแลกเปลี่ยนแบบลอยตัว ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นถึงความเสื่อมถอยทางความเป็นอยู่ของคนในบ้านเมือง ธุรกิจต้องตัดสินใจลดค่าใช้จ่ายด้านต่าง ๆ ที่มีอยู่ในกิจการลง เช่น ค่าวัตถุดิบ , ค่าขนส่ง , ค่าใช้จ่ายในการบริหารต่าง ๆ , ค่าเชื้อเพลิง ซึ่งบางกิจการถึงกับต้องล้มเลิกกิจการไป ส่งผลต่อภาวะการว่าจ้างงานของประเทศโดยรวมนั้นลดลง

ฉะนั้น การเล็งเห็นถึงความสำคัญของการใช้ไฟฟ้าของภาคธุรกิจอุตสาหกรรม เป็นสิ่งที่มีความสำคัญและยังจำเป็นที่จะต้องดำเนินการอย่างจริงจัง และต่อเนื่อง โดยปัจจุบันแนวทางการลดต้นทุนค่าใช้จ่ายทางด้านพลังงานของภาคธุรกิจอุตสาหกรรมมีมากมายหลายแนวทาง อาทิเช่น การบริหารการจัดการพลังงานเบื้องต้น ได้แก่ การกำหนดเวลาการปิด - เปิดไฟ และแอร์ การใช้กระจกใสเป็นหลังคาเพื่อรับแสงจากดวงอาทิตย์ , ติดตั้งตัวระบายอากาศในโรงงานเพื่อระบายความร้อนออกจากโรงงาน , การนำวัสดุที่เหลือใช้มาเป็นเชื้อเพลิง เป็นต้น แต่ในบทความนี้ ขอเสนอในเรื่องของ เทคโนโลยีประหยัดพลังงาน ซึ่งสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในโรงงานอุตสาหกรรมได้

ปัจจุบันมีเทคโนโลยีประหยัดพลังงาน ( Energy Efficient Technology ) อะไรบ้าง ?

มีมากมายหลายอย่างที่สามารถใช้เป็นทางเลือกให้กับ เจ้าของกิจการประเภทการผลิตใด้เลือกใช้ ตามความเหมาะสมกับกระบวนการผลิตของโรงงาน แต่ในบทความนี้ผู้เขียนขอยกตัวอย่างเทคโนโลยีประหยัดพลังงาน ที่มีการเลือกใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม ที่เราเห็นกันบ่อย ดังนี้

1. เครื่องควบคุมความเร็วรอบมอเตอร์ ( Variable Speed Drive Control : VSD )

2. มอเตอร์ประสิทธิภาพสูง ( High Efficiency Motor : HEM )

3. อุปกรณ์ควบคุมดีมานด์ ( Demand Controller )

4. อุปกรณ์ปรับระดับแรงดันไฟฟ้า ( Voltage Regulator )

5. อุปกรณ์ควบคุมการใช้พลังงานในระบบแสงสว่างสำหรับหลอดฟลูออเรสเซนต์ ( Fluorescent Lighting Control )

6. บัลลาสต์อิเล็กทรอนิกส์ ( Electronic Ballast )

7. เครื่องทำความเย็นระบบดูดซึม ( Vapour Absorption Chillers )

8. อุปกรณ์ปรับความเข้มแสงหลอด HID ( High-Intensity Discharge Lamp )

9. อุปกรณ์ความคุมภาระการใช้งานของมอเตอร์ ( Motor Load Control )

10. เครื่องทำความร้อนโดยใช้พลังงานความร้อนที่เหลือจากระบบปรับอากาศ ( Water Heater Using Waste Heat From A/C )

11. เครื่องเชื่อมประสิทธิภาพสูง ( High Efficiency Welding Machine )

12. แผ่นแลกเปลี่ยนความร้อน ( Plate Heat Exchanger )

ปัจจุบันได้มีการศึกษาวิเคราะห์ความเหมาะสมด้านเทคนิคและเศรษฐศาสตร์ เพื่อหาทางเลือกให้กับการประหยัดพลังงาน ถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งต่อพลังงานโดยรวมของประเทศ ที่จะมีเทคโนโลยีที่มีศักยภาพเกิดขึ้นอีกมากมาย ให้เราสามารถที่จะเลือกใช้ให้เกิดประโยชน์ได้ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ต่างเล็งเห็นถึงความสำคัญด้วยกันทั้งสิ้น ทั้งการสนับสนุนให้เกิดโครงการด้านอนุรักษ์พลังงาน การศึกษาหรือค้นคว้าวิจัยให้เกิดการคิดค้นอุปกรณ์หรือกิจกรรมเกี่ยวกับการอนุรักษ์พลังงาน ฯลฯ

กลับด้านบน

เมื่อเปลี่ยนเป็นเทคโนโลยีประหยัดพลังงาน โรงงานอุตสาหกรรมได้ประโยชน์อะไร ?

1. สามารถลดค่าใช้จ่ายไฟฟ้าได้โดยตรง อย่างเป็นรูปธรรม

วิธีการประหยัดพลังงาน โดยการปรับเปลี่ยนอุปกรณ์ประหยัดพลังงาน เป็นวิธีการที่โรงงานอุตสาหกรรมสามารถที่จะเห็นผลได้อย่างชัดเจนและเป็นรูปธรรม ซึ่งถือว่า สามารถที่จะลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานไฟฟ้าโดยตรงแล้วยังสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานได้อย่างเหมาะสมในโรงงานอุตสาหกรรมด้วย

2. การจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ

การเลือกใช้มาตรการประหยัดพลังงาน โดยการใช้เครื่องจักรในกระบวนการผลิตให้สมดุลกับพลังงานที่ใช้ การจัดทำดัชนีการใช้พลังงานเพื่อการบริหารการจัดการให้ต่ำที่สุด หรือการจัดทำแผนการบำรุงรักษาเครื่องจักรอุปกรณ์ให้สม่ำเสมอ เพื่อเป็นแนวทางบริหารจัดการที่สามารถลดความสูญเสียที่เกิดขึ้นในระบบต่าง ๆ ของกระบวนการผลิตและเกิดประสิทธิภาพของการใช้พลังงานได้

3. คงสภาพของธุรกิจอุตสาหกรรม

เป้าหมายสูงสุดของการอนุรักษ์พลังงานโดยปรับเปลี่ยนเป็นเทคโนโลยีประหยัดพลังงาน คือ ธุรกิจสามารลดต้นทุนค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้า ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่สูงอย่างหนึ่งในการดำเนินการผลิตโรงงานอุตสาหกรรม เพิ่มกำไรให้ธุรกิจ และคงอยู่ของการดำเนินกิจการได้

4. สร้างทัศนคติที่ดีในการอนุรักษ์พลังงาน

การที่จะผลักดันให้โรงงานอุตสาหกรรมของท่าน ตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์พลังงาน เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่จะต้องมีมาตรการด้านการบริหารจัดการพลังงาน เช่น ผู้บริหารออกนโยบาย และเป้าหมาย รวมทั้งการจัดตั้งทีมอนุรักษ์พลังงาน มีการฝึกอบรมทีมอนุรักษ์พลังงาน หรือกิจกรรมรณรงค์เพื่อการอนุรักษ์พลังงาน สร้างแผนการอนุรักษ์พลังงานและงานบำรุงรักษาเครื่องจักรอุปกรณ์ เป็นต้น

5. แนวทางในการนำไปสู่การจัดทำระบบมาตรฐานอุตสาหกรรม

การจัดการพลังงานโดยเทคโนโลยีประหยัดพลังงานที่มีประสิทธิภาพ เป็นแนวทางที่ผู้บริหาร เจ้าของกิจการสามารถใช้เป็นจุดเริ่มต้นของการจัดทำระบบมาตรฐานอุตสาหกรรมซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญมากอย่างหนึ่งในปัจจุบัน อาทิเช่น ISO 9000 / ISO 14000 เป็นต้น

6. ส่งเสริมการสร้างฐานการผลิตอุปกรณ์ประหยัดพลังงาน

เกิดการใช้อุปกรณ์ประหยัดพลังงานที่ผลิตขึ้นในประเทศ โดยใช้วิศวกรของประเทศ ประกอบกับมีการทำศึกษาวิจัยให้มากขึ้น จะสามารถกก็จะสามารถลดการนำเข้าจากต่างประเทศ ช่วยสร้างตลาดในประเทศ และส่งเสริมการลงทุนในประเทศมากขึ้นด้วย

ปัจจุบันมีสถาบันการเงินทั้งภาครัฐและภาคเอกชน รวมถึงโครงการที่จัดตั้งโดยภาครัฐ มีการเงินสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ให้แก่ผู้ผลิต / ตัวแทนจำหน่ายอุปกรณ์ประหยัดพลังงาน ที่ประสงค์จะจัดตั้งธุรกิจอุตสาหกรรมการ ผลิตอุปกรณ์ประหยัดพลังงานในประเทศ ซึ่งสามารถผลักดันให้เกิดโรงงานอุตสาหกรมในการผลิตอุปกรณ์ขึ้นในประเทศได้

7. เกิดผลกระทบในทางบวกต่อเศรษฐกิจ

เช่น ลดการนำเข้าเชื้อเพลิงจากต่างประเทศ ลดภาษีการนำเข้าเครื่องจักรและชิ้นส่วนเพื่อการผลิตและ จำหน่ายอุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพ เพิ่มสภาวะการจ้างงาน ช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตของประชาชนและฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศให้ดีขึ้น ฯลฯ

ฉะนั้นจะเห็นว่า ทางเลือกของ การอนุรักษ์พลังงานในโรงงานอุตสาหกรรม โดยการปรับเปลี่ยนเป็นเทคโนโลยีประหยัดพลังงาน สามารถนำไปกำหนดในส่วนหนึ่งของ แผนการอนุรักษ์พลังงานประจำโรงงานของท่านได้ ซึ่งมิใช่เป็นประโยชน์ต่อธุรกิจของท่านเท่านั้น แต่ยังเป็นประโยชน์ต่อการประหยัดพลังงานของประเทศโดยรวมอีกด้วย


กลับด้านบน